ระบบโทรทัศน์วงจรปิดดิจิตอล (Digital video surveillance system)

      ระบบโทรทัศน์วงจรปิดของ Data Center สามารถออกแบบให้เป็นระบบ IP Camera บริหารจัดการบนซอฟท์แวร์และสามารถต่อขยายได้สะดวก หรือเป็นเทคโนโลยี DVR หรือ Analog Camera กล้องวงจรปิดที่ใช้ในห้อง Data Center ควรมี Function Auto IRIS เพื่อปรับระดับแสงได้ในภาวะแสงน้อย

ข้อควรคำนึงถึงในการเลือกชนิดของกล้องวงจรปิดให้เหมาะกับ Data Center

      1. ขนาดของแผ่นรับภาพของกล้องวงจรปิด (Sensor Format)           หรือเรียกติดปากกันว่าชิป ขนาดของแผ่นรับภาพแต่ละขนาดมีผลต่อความละเอียดของภาพ (Number of pixels) และการเลือกใช้เลนส์ให้ได้มุมมองของภาพตามต้องการ

         2. เลนส์ ( Lanes)          ความแตกต่างระหว่างเลนส์ CCD กับเลนส์ CMOS คือ กล้องวงจรปิดที่ใช้ CCD จะให้ภาพที่คมชัดดีกว่ากล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CMOS กล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD ที่คุณภาพดีๆ ความคมชัดสูงส่วนใหญ่จะมีราคาสูง ส่วนกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CMOS จะมีราคาถูก

         CCD ย่อมาจาก Charge Couple Device เป็น Sensor ที่ทำงานโดยส่วนที่เป็น Sensor แต่ละพิกเซล จะทำหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนค่าแสงเป็นสัญญาณอนาล็อก ส่งเข้าสู่วงจรเปลี่ยนค่าอนาล็อกเป็นสัญญาดิจิตอลอีกที

         CMOS ย่อมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor เป็น Sensor ที่มีลักษณะการทำงานโดยแต่ละพิกเซล จะมีวงจรย่อยๆ เปลี่ยนค่าแสงที่เข้ามาเป็นสัญญาณดิจิตอลในทันที ไม่ต้องส่งออกไปแปลงเหมือน CCD สรุปง่ายๆคือ CMOS จะมีวงจรแปลงสัญญาณแสงในแต่ละพิกเซลเลย ส่วน CCD ตัวรับแสงจะรับแสงอย่างเดียว แล้วจะส่งค่าที่ได้ออกมาให้วงจรที่มีหน้าที่แปลงสัญญาณอีกที

         กล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD จะมีคุณภาพดีกว่า อายุการใช้งานยาวนานกว่ากล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CMOS

         และกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CMOS ส่วนใหญ่มีคุณภาพต่ำ อายุการใช้งานจะน้อย ใช้งานไม่เกิน 1-2 ปี เลนส์จะเสื่อมคุณภาพ สีของภาพจะเพี้ยน ส่วนใหญ่กล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CMOS จะราคาถูก ราคาจะอยู่ที่ 500-1000 บาท ส่วนกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD จะมีคุณภาพของภาพดีกว่า แต่ราคาจะสูงกว่า ราคากล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD จะอยู่ที่ 1500-7000 บาท แล้วแต่รุ่นความคมชัด อายุการใช้งานกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD จะอยู่ที่ 7 ปีขึ้นไป

3. ความสว่าง ( Illumination)         คุณสมบัติของอุปกรณ์รับภาพของกล้องวงจรปิดนั้น ไม่ได้มีผลเฉพาะความไวที่มีต่อแสงสว่างเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อสีของวัตถุอีกด้วย คุณภาพของภาพที่ดีจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงที่ฉากรับภาพ ในกรณีของกล้องวงจรปิดที่เป็นกล้องสีต้องคำนึงถึงอุณหภูมิสี ( Color Temperature) ที่ได้แสงสว่างร่วมกันกับแหล่งกำเนิดแสงทั่วๆไป เพราะประกอบด้วยแสงสีชนิดต่างๆ รวมกัน และแสงบริเวณรอบๆกล้องจับภาพจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้แสงไม่คงที่เสมอไป การกำหนดค่าความสว่างของกล้องวงจรปิด ( หน่วยเป็น LUX) นั้น ต้องคำนึงถึงความสว่างของพื้นที่กล้องจับภาพ, การสะท้อนของแสงที่ฉากรับภาพ,ระยะห่างของวัตถุฉากรับภาพถึงตัวกล้องวงจรปิ ด ซึ่งทำให้อัตราการสูญเสียของแสงที่หายไป รวมถึงการเลือกใช้ชนิดของเลนส์เป็นองค์ประกอบพิจารณาด้วย

         โดยทั่วไปกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์ CCD สามารถแบ่งตามคุณสมบัติของสว่างได้ 3 ระดับ คือ
                  - กล้องวงจรปิดที่ใช้ในกิจการทั่วไป ต้องการความสว่างตั้งแต่ 5-2,000 Lux
                  - กล้องวงจรปิดที่ใช้ในกิจการความปลอดภัยสูง ต้องการความสว่าง 0.1-5 Lux
                  - กล้องวงจรปิดที่ใช้ในกิจการพิเศษเฉพาะอย่าง ต้องการความสว่างตั้งแต่ 0.0001-0.1 Lux

4. ระบบซิงค์ (Synchronization)         โดยทั่วไป กล้องวงจรปิดจะมีวงจรกำเนิดซิงค์ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ซิงค์ของกล้องวงจรปิดแต่ละตัวจะไม่ตรงกัน หากเรานำกล้องวงจรปิดหลายๆตัว มาใช้ร่วมกันโดยผ่านเครื่องลำดับภาพและแสดงภาพบนจอมอนิเตอร์ จะสังเกตุเห็นว่าในขณะที่เครื่องลำดับภาพสลับภาพจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งไปอี กกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งนั้น ภาพจะกระตุกในแนวตั้งบนจอมอนิเตอร์ ซึ่งจะมีผลต่อการบันทึกเทปวิดีโด เมื่อนำเทปวิดีโอนั้นมาเล่นสลับทำให้ภาพล้มเป็นช่วงๆ ตามจังหวะการสลับาภพของเครื่องลำดับภาพ

5.ความคมชัดของภาพ ( Resolution)         กล้องวงจรปิดที่มีความคมชัดสูงจะให้ภาพที่คมชัด ซึ่งคุณสมบัตินี้นับว่าเป็นพื้นฐานของการเลือกชนิดของกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบแต่ละโรงงานให้เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะที่แ ตกต่างกันออกไป